Sudar 的个人资料nUi.-''-.NuI. ~-~ .nUi照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
9月28日 The Dark Loveคุณเคยเห็นคนตาบอดมั้ย
คนตาบอด...ที่เดินไปไหนต่อไหนด้วยกันเป็นคู่
คุณอาจเจอพวกเขาได้ …ในที่ที่มีคนอยู่กันเยอะๆ เช่น ตลาดนัด พวกเขาไปที่นั่น...เพราะหวังว่า... คงจะมี คนใจบุญไปเดินอยู่ที่นั่นบ้าง คนสองคน...ที่จับมือกันค่อยๆ เดินกระเถิบไปด้วยกันทีละนิด..ทีละนิด เพราะต่างคน… ต่างก็มองไม่เห็นอะไรกันทั้งคู่ นอกจากไม้เท้าคนละอันแล้ว...ในมือพวกเขาถือวิทยุเก่าๆ เครื่องนึง กับไมค์อีกอีกหนึ่งอัน...ที่ขาดไม่ได้…ก็คือขันอลูมิเนียม อาวุธสำคัญที่ใช้หากินอยู่ทุกวัน ฟังไม่ คุ้นหู กับเพลงที่เขาร้องนักหรอก แต่ก็ดูว่า…เขาตั้งใจร้องเหลือเกิน และดูเหมือนเขาก็ หวัง ว่าคุณจะต้องชอบมัน ตอนที่เห็นเขาจับมือกัน...วินาทีนั้น...ทำให้นึกถึงอะไรบางอย่าง ที่เคยมองข้ามมาตลอด คุณเคยนึกถึงความรักของ..คนตาบอด..หรือเปล่า ตนตาบอดรักกันได้ยังไงนะ.... เพราะคนตาบอด...ไม่เคยรู้เลยว่า...คนรักของเขา..มีหน้าตาเป็นอย่างไร อีกฝ่าย..มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร คนตาบอด..จะรู้จักก็เพียงจิตใจของคนรักของเขาเท่านั้น เมื่อเขามีความพอใจกันและกัน.....ไม่มีเกียรติยศ... ศักดิ์ศรี...ให้กังวลใจ เพราะต่างคนก็ต่างไม่มีสิ่งนี้...ต่างคน..ต่างก็ไม่มีเงิน...ตาสองข้าง ปิดสนิท....แต่เปิดใจเข้าหากัน คนสองคนที่อยู่ด้วยกัน ด้วย "ใจ" ล้วนๆ ความรัก....ก็เกิดจากตรงนั้น.... คนตาบอด พาคนที่เขารัก ไปด้วยกันทุกหนทุกแห่ง คนตาบอด ไม่เคยกลับบ้านดึก คนตาบอด ออกจากบ้านพร้อมกัน...และกลับถึงบ้านพร้อมกัน พวกเขาเคยแยกกันบ้างหรือเปล่านะ....? คุณรู้หรือเปล่า คนตาบอด…จับมือของคนที่เขารักไว้ตลอดทั้งวัน คุณเคยทำอย่างเขาบ้างมั้ย... ? กลับกันเมื่อนึกถึงความรักของคนที่ตาดี หลายๆ คน มีเกียรติยศ หน้าที่ การงาน ที่ดีเหลือเกิน หลายๆ คน ทั้งหล่อ ทั้งสวย...ทั้งรวย ทั้งฉลาด แต่พวกเราหลายๆ คนกลับต้องมาเสียใจเพราะความรัก....หรือว่าพวกเรามองเห็นกัน.... เพื่อจะเรียกร้องสิ่งที่เราต้องการให้มากขึ้น.... หรือว่า....พวกเราคาดหวังอะไรจากคนที่เรารัก....มากเกินไปหรือเปล่านะ อนาคตของคนตาบอด..อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้...ดูเหมือนเขาจะ...สงสัยก็เพียงแต่ว่า วันพรุ่งนี้...จะมีคนใจบุญซักกี่คน ที่ทำให้พวกเขากลับบ้านด้วยกันอย่างมีความสุข เชื่อว่า...ครั้งหน้า...ที่คุณเห็นคนตาบอด...ใจของคุณจะเปิดกว้างขึ้น คุณอาจมองเห็นภาพที่คุณไม่เคยมองเห็น ไม่ใช่ด้วยตา...แต่เห็นด้วยหัวใจ ถ้ารู้จัก...รัก...สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...ก็คือชีวิตเรา
สิ่งที่มีค่าที่สุดในหัวใจเรา...ก็คือหัวใจเรา อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดของเราไปให้ใครดูแล เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง อย่าปิดกั้นความรู้สึกของหัวใจ อย่าบอกว่าเราเกิดมาเพื่อจะรักคน ๆ เดียว คนใจแคบเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อที่จะรักคนได้คนเดียว เราสามารถที่จะรักใครได้มากมาย ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
รักต่างแบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่งคนบางคนไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้ เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมายและไม่เห็นจะต้องเจ็บเจียนตาย
ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้กับรักนั้นสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...ลองออกมายืนคุยกับแสงแดด
อากาศหนาวแทบขาดใจ...ลองออกมาหาไออุ่นลมหนาว เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาวก็ต่อเมื่อเราได้ไปสัมผัสกับมัน ก็เหมือนกับความรัก .... ถ้าอยากรู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรก็ต้องไปสัมผัสกับมัน แต่อย่าทรมานตัวเองโดยการออกไปยืนตากแดดนาน ๆ หรือยืนต้านทานลมหนาว
ถ้ารู้ว่าร้อนนักก็หลบหาที่ร่ม ถ้ารู้ว่าหนาวก็หาที่อบอุ่น
^_^ ความรักจะไม่ทำร้ายเรา ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง ^_^ ...ถ้าคุณรู้จักรัก..แสงแดดจะทำให้คุณอบอุ่น ลมหนาวก็จะทำให้คุณหลับสบาย... ความรักทำให้โลกหมุนคนที่กล้าหาญเท่านั้นที่จะรู้ว่า "ความรัก" คืออะไร
คนกล้าหาญที่พร้อมจะเผชิญกับความผิดหวังความรักไม่ใช่ความสำเร็จในความรัก จึงไม่ต้องการนิยามหรือเงื่อนไขใดๆ ความรู้สึกที่อยู่ในใจต่างหากที่จะเป็นสิ่งกำหนดว่าจะต้องผ่านอะไรไปให้ได้เพื่อที่จะได้รัก ความรักจะเป็นแรงผลักให้สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลก ความรักจะสอนให้รู้จักความอดทนและเสียสละ สอนให้รู้ซึ้งกับการมีชีวิตอย่างมีค่ายิ่งกว่าบทเรียนใดๆ ความรักจะบอกว่า ...การอยู่เพี่อรักใครสักคนนั้น...เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ที่สามารถทำให้ตัวตนของคนผงาดขึ้น ทัดเทียมกับทุกคนบนโลกใบนี้ ความรักเป็นเรี่ยวแรงของชีวิตและทำให้โลกหมุน เป็นตัวสำคัญที่ทำให้ หัวใจเคลื่อนไหว มีแรงผลักดันปัญหาออกไปได้ ความรักที่แท้จริง...จะบริสุทธิ์ ไม่คาดหวังไม่ถือสา ความสุขจะเป็นละอองไอปลิวไปในอากาศ เหมือนสายลมอ่อนๆ ที่มองไม่เห็นแต่ก็เย็นสบาย รักเถอะ...กล้าที่จะรัก เพราะรักนั้นจะเต็มคุณค่า... สำหรับคนพร้อมจะเจอกับทุกๆ อย่างเท่านั้น หากไม่กล้าสูญเสีย...ก็ไม่มีวันได้รู้จักการครอบครอง เพราะบางที...ความรักก็อาจไม่ได้เป็นเรื่องของคนสองคน เมื่อหัวใจคนอื่นบังคับไม่ได้...ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับหัวใจตัวเอง สักนาทีที่ได้รักใครสักคนอย่างแท้จริงนั้น...ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะบอกเล่าให้กันฟังได้
แม้ที่สุดแล้ว...จะไม่ได้อะไรตอบแทน...แต่อย่างน้อย ....วันคืนที่เล็กน้อยเหล่านั้น...
ก็จะสร้างความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ตลอดไป.... 9月27日 ดินสอกับปากกา เมื่อ 100 ปีมาแล้วปากกาด้ามแรกก็ได้เกิดขี้น บนโต๊ะทำงานแห่งหนึ่ง
เจ้าดินสอไม้ตัวน้อยมองดูเจ้านายของมันด้วยความอาลัย "ทำไมนายเปลี่ยนไป ไม่รักข้าเหมือนแต่ก่อน ไม่ใช้งานข้าล่ะ" เจ้าปากกาซึ่งตอนนี้อยู่ในมือของนักธุรกิจชายผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้านายของดินสอไม้และปากกาด้วย มองเห็นเจ้าดินสอไม้ซึ่งหดหู่ใจอยู่ ก็พูดข่มทับเจ้าดินสอว่า "นี่ เจ้าดินสอไม้ ก็เจ้าน่ะมันล้าสมัยแล้ว ไม่มีเจ้านายคนไหนอยากใช้งานเจ้า ในการเขียนหรอก ข้าน่ะมีทั้งความคมชัด เขียนลื่น ไม่มีวันไส้หักเหมือนตัวเจ้า เจ้านายจึงรักข้ามากกว่าเจ้าอย่างแน่นอน"
เมื่อเจ้าดินสอไม้ได้ยินเจ้าปากกาพูดเช่นนี้ จิตใจที่ห่อเหี่ยวอยู่แล้วยิ่งทับทวีมากขึ้นไปอีก มันตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตาย
โดยกลิ้งตัวเองให้หล่นจากโต๊ะทำงาน เมื่อหล่นจากโต๊ะทำงานมันก็รู้ตัวว่ามันยังมีชีวิตอยู่
และคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้
เมื่อเสร็จสิ้นการทำงานของนักธุรกิจผู้นั้น เขาก็เผลอทำเจ้าปากกาตกที่พื้น โดยไม่สนใจเก็บเช่นกัน ในตอนเย็นน้องชายของนักธุรกิจผู้นั้น เขามีอาชีพเป็นนักวาดภาพ
ได้มาเจอเจ้าดินสอไม้ และปากกาหล่นบนพื้นทั้งคู่ เขาก็เก็บมันไปใช้
มาถึงตอนนี้คงเดาได้ว่าจะเป็นอย่างไร ใช่แล้ว เจ้าดินสอไม้ที่ไม่เคยได้รับการเอาใจใส่จากเจ้านายนักธุรกิจ กลับมีคุณค่ากับเจ้านายนักวาดภาพ
มันถูกใช้งานจนตัวมันสูญสลายไป แต่กลับได้ภาพที่สวยงาม ยังคงคุณค่าให้ผู้พบเห็นได้ชื่นชม ซึ่งมันมีองค์ประกอบในภาพนั้น
ส่วนเจ้าปากกาหลังจากที่ถูกนักวาดภาพเก็บไป มันก็อยู่แต่ในกล่องไม่เคยถูกหยิบมาใช้งานอีกเลย จนหมึกมันแข็งใช้งานไม่ได้ พอจะถูกใช้งานอีกที มันก็หมดอายุ เขียนไม่ออก
แต่ตัวมันไม่สูญสลายไป ยังคงทิ้งร่างกายเอาไว้เป็นภาระต่อเจ้านาย มันจึงถูกทิ้งในถังขยะต่อไป
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตัวเราย่อมมีคุณค่าเสมอ แต่ต้องให้ถูกกับงาน 30 วิธีให้ช่วยตัวเองมีความสุข เอ๊ะยังไงมาดู บางครั้ง ความสุขก็ไม่จำเป็นต้องไขว่คว้ามา บางครั้ง มันอาจจะจะอยู่ใกล้ๆตัวเราก็ได้
ลองอ่านดูเผื่อจะพบความสุขในไม่ช้านี้... 1. นึกไว้เสมอว่า การโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง 2. ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจกรับรองว่าเขาต้องยิ้มตอบกลับมาทุกครั้ง 3. ลองปลูกต้นไม้เองซักต้นการเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้ 4. หลับตานิ่งๆสัก 3 นาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากเย็นเหลือเกิน 5. ระหว่างแปรงฟันฮัมเพลงไปด้วยจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นเป็น 2 เท่า 6. เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลงจากรสชาติที่ธรรมดา ก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลย 7. ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหนก็ต้องการให้หวีอย่างทะนุถนอมเหมือนกันหมด 8. การขึ้น-ลงบันไดสูงๆแบบไม่ให้เมื่อย คือ การไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันไดขั้นที่เท่าไร 9. คนตาบอดจะเห็นว่าคุณหล่อมากๆทันทีที่คุณถามเขาว่า “ช่วยพาข้ามถนนไหมคับ” 10. เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทานไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่จะหย่อนลงกระป๋องหรอก 11. ควรหัดพูดคำว่า ไม่เป็นไร ให้เคยปากมากกว่าจะพูดคำว่า จะเอายังไง 12. ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที รับรองว่าจะไม่ไปสายเหมือนเมื่อก่อน <<อันนี้เอาไปใช้ได้เลยรับรองไปโรงเรียนทัน ไม่โดนทำโทษให้เหนื่อยตอนเช้าแน่นอน>>
13. สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง ดังนั้น เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้ จึงเล่าให้มันฟังได้ 14. อาหารที่จะไม่ชอบกินตอนเด็กลองตักเข้าปากอีกสักที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด 15. เขียนชื่อคนที่คุณเกลียดใส่กระดาษ แล้วฉีกทิ้ง (หรือแปะไว้ใต้รองเท้าแล้วใส่รองเท้านั้นไปเดินเล่นสักพัก)
ความเกลียดจะเบาบางลงเรื่อยๆ <<ต้องลองไปทำดู>>
16. ปล่อยน้ำตาให้ไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้ง จะดูแทบไม่ออกเลยว่าเพิ่งร้องไห้
17. ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆ จะทำให้เรายิ้มออกเสมอเมื่อได้เห็นมันอีกครั้ง 18. ก่อนซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมัน ทำให้ได้ 3 ข้อก่อน 19. ถึงเสื้อและกางเกง ในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใส่สลับกันไปเรื่อยๆก็จะดูเหมือนมีเยอะขึ้น 20. ซาลาเปา 1 ลูก กินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้ กินได้ 4 คน ถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง 21. เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ ดีกว่าให้คนที่ได้เยอะ จนจำชื่อคนให้ได้ไม่หมด 22. ในวันที่รู้สึกเศร้าหรือเหงาๆ เดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองซักดอกก็จะดีขึ้น 23. แอบรักใครสักคน...ยังไงก็ยังดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นอย่างไร 24. ถึงจะไม่ได้ออกไปไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความจะแต่งตัว สวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นี่ 25. ฝึกโรแมนติกง่ายๆ คนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน 26. ถ้าคุณเช็ดกระจกที่ขุ่นมัวที่สุดจนสดใสได้ "ทำไมถึงจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้" 27. พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบ มันอาจจะไม่สนุก แต่ก็มีประโยชน์แฝงอยู่ 28. วันที่ตื่นเช้าให้บิดขี้เกียจให้นานที่สุด เท่าที่จะนานได้ ถ้าขี้เกียจออกกำลังกาย 29. แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่าน ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว 30. ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน แม่จะได้มีค่าขนมให้คุณเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท ลองไปทำหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองดูนะ คงจะมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย 9月26日 คุณ "กำ" อะไรอยู่มีครอบครัวที่น่ารักอยู่ครอบครัวหนึ่ง ในครอบครัวนี้มี พ่อ แม่ และบุตรชายวัย 5 ขวบ
กำลังน่ารักเลยทีเดียว เจ้าหนูเป็นเด็กที่ซนอย่างร้ายกาจและขี้สงสัยอย่างมาก อยู่มาวันหนึ่งเจ้าหนูก็นึกครึ้มอกครึ้มใจอย่างไรบอกไม่ถูกไปคว้าเอาแจกันหยกแกะสลักต้นราชวงศ์หมิง ซึ่งนั่นก็หมายความว่ามันราคาแพงมาก นำมาเล่นพลิกคว่ำพลิกหงาย สักพักก็ล้วงมือเข้าไปในแจกัน ทันใดนั้นเจ้าหนูก็ทำตาโตเท่าไข่ห่านดูเหมือนจะดีใจที่ล้วงเข้าไปเจออะไรสักอย่าง แต่ปัญหาหาอยู่ที่ว่า เจ้าหนูจะดึงมือออกมาได้อย่างไร เจ้าหนูเริ่มกระสับกระส่ายพยายามดึงมือออกมาแต่ก็ไม่สำเร็จ จนต้องใช้ไม้ตายคือ "ทำไม่ได้ร้องไห้ไว้ก่อน" เสียงเอ็ดอึงเป็นผลให้พ่อและแม่ต้องวิ่งมาดู เมื่อมาพบเข้าต่างก้อพยายามช่วยกันดึงมือของเจ้าหนูออกจากแจกันด้วยวิธีต่างๆ น้ำมันก็แล้ว น้ำสบู่ก็แล้วทำยังไงก็ไม่ออก จนสุดท้ายผู้เป็นพ่อต้องตัดใจทุบแจกันหยกราชวงศ์หมิงทิ้งเพื่อรักษามือของลูกชายเอาไว้ เมื่อมือของเจ้าหนูหลุดจากแจกันแล้วพ่อและแม่ ก้อพบว่ามือเจ้าหนูกำอะไรบางอย่างจนแน่น ผู้เป็นแม่จึงถามลูกชายว่า "หนูกำอะไรอยู่จ้ะลูก ?" เจ้าหนูตอบพร้อมทำสีหน้าขึงขัง "ผมปล่อยมันไม่ได้หรอกครับ "แล้วมันคืออะไรจ้ะลูก?" ผู้เป็นพ่อเริ่มสงสัย "มันเป็นสตางค์ครับ" เจ้าหนูตอบพร้อมกับค่อยๆแบมือออกอย่างทนุถนอม จึงปรากฏว่า ในมือของเจ้าหนูมีเพียงเหรียญสลึงอยู่สองเหรียญ เจ้าหนูหารู้ไม่ว่าการที่เขาพยายามกำเหรียญเอาไว้ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียของมีค่ากว่าเป็นพันๆเท่า แล้วเพื่อนๆ ล่ะ ขณะที่คุณกำลังใช้ชีวิตอยู่นี้ คุณกำลัง "กำ"อะไรไว้ในชีวิตบ้าง เงิน? บ้าน? งาน? รถ? ทิฐิ? ... แล้วสิ่งที่คุณกำอยู่ทำให้คุณสูญเสียอะไรที่มีค่ามหาศาลไปบ้าง เวลา.... ครอบครัว.... พ่อแม่..... คนที่รักเรา..... ....ปรัชญา ผ้าขี้ริ้ว....ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด
เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบาย ความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้ม อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้อื่น ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว มิใช่ อมความสกปรกไว้แล้ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด เหมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตาม เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้ เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบ ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น รู้จักอาสาคน อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม คนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการ เหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตน และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด เหมือนคนควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนอื่น ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น มีมากที่ผู้น้อยบางคน ทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้างไม่เปราะบาง เหมือนคนที่มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้ เพื่อให้สำเร็จ ประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่ เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกปรามาสสบประมาท จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรคครั้งนั้นให้ได้
ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและมีกำลังใจในสิ่งนั้น มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมาย ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง เห็นด้วยไหม ที่ว่าเราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน
แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง ...หยุดวิ่งตามใครคนนั้นซักครั้ง...... หากเราหาเหตุผลให้กับตัวเอง ...
ว่าทำไมเราถึงรักคน ๆ นี้นัก แล้วเหตุผลที่ได้ มีแค่เพียง...รักเพราะรัก ฟังดูอาจเลื่อนลอยไร้จุดหมายเกินไป แต่สำหรับคนที่รักกัน เหตุผลเพียงแค่นี้ ก็เพียงพอที่จะสานต่อความรักให้อยู่ต่อไป แต่กับคนที่เรารักเขา แล้วเขาไม่รักเรา ไม่เคยจะมองเห็นแม้แต่คุณค่าในตัวเรา ต่อให้เราหยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้เขาแค่ไหน หรือให้เหตุผลมากมายในคำว่ารักที่เรามีให้ เขาก็คงมองไม่เห็นมันเหมือนกัน และกับคนประเภทนี้ ยิ่งเราเรียกร้องมากแค่ไหน ก็อจะยิ่งสร้างความเหนื่อยใจให้กับเราเท่านั้น ถ้ามีความสุขกับมันก็ดีไป แต่สุข...แล้วเหนื่อยใจก็น่าคิดเหมือนกัน คนเราเหนื่อยแล้วก็ต้องพัก ต้องหาทางออกที่ทำให้เราดีขึ้น กับเรื่องของความรักก็เช่นกัน เมื่อเราต้องเหนื่อยล้าเพราะมัน คงต้องพักซะบ้าง... ลองหยุดวิ่งตามเขาซักครั้ง แล้วมาเดิน....(แค่เดิน)....ตามตัวเองดูสักหน อาจรู้สึกดีกว่าการต้องวิ่งตามใครคนนั้น .....อย่างน้อยๆ จะพบว่า.....
... การเรียนรู้ที่จะรักตัวเองนั้นไม่ทำให้เราเหนื่อยใจเลย ... เกมส์ความรักเคยถูกจับให้ไปเล่นเกมเกมนึง แบบที่ไม่เต็มใจมั้ย
แต่พอเล่นไปแล้วก็เกิดประทับใจมาก มันเป็นเกมเกี่ยวกับความรัก... ...มีคนตั้งขึ้นมาว่า จะมีสะพานไม้เล็กอยู่ ให้เดินไปจนถึงโดยที่หลับตา ถ้าใครสามารถเดินไปถึงได้โดยไม่ตกลงมา คุณและคู่รักของคุณจะเป็นเนื้อคู่กันตลอดไป .. ทุกคนจึงพยายามเดินแล้วหลายรอบ แต่ก้อตกลงมาทุกที บางคนถึงกับคิดว่าฉันคงไม่มีเนื้อคู่แล้วล่ะสิ จนมีคนนึงเดินไปถึง และไม่ตกลงมา ทุกคนก้อถามว่าเดินยังไงถึงไม่ตก..พอคนนั้นตอบทุกคนก็เงียบไปเลย เขาบอกว่า "ฉันแอบลืมตาเดินไง"... ลองคิดดูสิ เพื่อความรัก ทุกคนยอมหลับตา..และยอมปฏิเสธสิ่งต่าง ๆ ที่ทุกคนผ่านมัน โดยไม่มองอะไรเลย..เขาสั่งให้หลับตาเดินก็ยอม แล้วมันจะไปถึงได้อย่างไร..ในเมื่อตาเรามองไม่เห็นทาง เวลามีความรักลองเปิดตามองให้ไกล อย่าปล่อยให้ความรักทำให้ตาบอด
ถึงแม้ลืมตาเดินแล้วยังตกลงมาอีก ก็คงไม่เจ็บเท่าตกลงมาเพราะหลับตาเดิน
..เพราะเราจะรู้ว่าต้องตกท่าไหนจึงจะเจ็บน้อยที่สุด..
..................................................... 10 ปีที่ผ่านไป ไม่มีค่าเท่ากับ 1 วันที่เหลืออยู่--------------------------------------------------------
ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับคนบางคน
โดยเฉพาะคนที่มีเวลาดีๆ ที่ใช้กับคนรัก ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวงแหน ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ ต้องถนอมดูแลให้ดี หลายคนจึงไม่อาจตัดใจจากวันเก่าๆ ได้เสียที เพราะว่ามีความสุขกับการได้คิดถึงอะไรดีๆที่ผ่านไป โดยลืมนึกไปว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วจะไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้อีก หากจะต้องตัดใจลืมหรือเดินจากอดีตมาก็ไม่ได้อีก เพราะเหตุผลที่ว่า "เสียดายเวลา" ที่คบกันมา บางคนคบกันมานานจนแทบจำไม่ได้ว่า เคยยิ้มให้กับความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เพราะหลังๆ มาก็อยู่แต่กับความทุกข์ จนนึกภาพความสุขไม่ออกแต่ที่ไม่กล้าเลิกเพราะยังคิดถึงวันเก่าๆ แค่เสียดายเวลาที่คบกันมาเนิ่นนาน โดยไม่คิดเลยว่า ทุกๆวันของวันนี้ พรุ่งนี้และวันต่อๆไป ก็จะกลายเป็นเพียงวันเก่าๆ ที่น่าเสียดาย และ...เวลาที่น่าเสียดายก็จะเพิ่มขึ้นๆ จริงๆ แล้ว วันคืนในอดีต ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับเราเลย นอกจากมีไว้ให้ นึ ก ถึ ง อาจจะทำให้เรายิ้มได้บ้าง แต่ทำให้เราคาดหวังไม่ได้ เราจะไปหวังว่าวันหนึ่ง วันเหล่านั้นจะกลับมา หรือจะไปเฝ้าฝันว่าความสุขเหล่านั้นยังคงเป็นปัจจุบัน หรือหลอกตัวเองว่าตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม จะยังไงก็แล้วแต่คือการหลอกตัวเองทั้งนั้น ยอมรับเถอะว่าทุกอย่างได้ผ่านไปแล้ว และจบไปแล้ว ความทรงจำเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น เวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะ 1 ปี 5 ปี หรือกี่สิบปี ก้อไม่ได้มีความหมายมากไปกว่า.. หนึ่งวันข้างหน้าที่เราจะต้องมีชีวิตใหม่ ที่เราจะต้องเริ่มต้นใหม่ เมื่อคนเราต้องอยู่กับปัจจุบัน เพื่อที่จะสร้างอนาคตให้ตัวเองได้อยู่ในอนาคตที่ดี เวลา 10 ปี กับวันคืนที่เคยหวานชื่น ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า 1 วันแห่งการเริ่มต้น 1 วันแห่งการแปรเปลี่ยนชีวิตของเราทั้งชีวิต ใ ห้ ดี ก ว่ า ที่ เ ป็ น " หากจะเสียดายเวลาน่ะ ไม่ต้องเสียดายเวลาที่คบกันมาหรอก ให้เสียดายเวลาในวันข้างหน้า ที่จะอดทนคบไปทั้งที่ไม่มีอะไรแล้วจะดีกว่า แล้วยังจะมาเสียดายอดีต.. นึกดูดีๆ ว่าเสียดายอนาคต ดีกว่าไหม " ------------------------------------------------------------ 9月10日 ความเป็นจริงของคนเราความรู้มากๆๆ บางทีเหมือนกำแพงอิฐที่เรียงตัวสูง
ความรู้สูง กำแพงสูง ความรู้รอบด้าน ก็เหมือนกำแพงสูงรอบตัว บางครั้งมันอาจทำให้มองออกไปไม่เห็นอะไร นอกจากอิฐที่ตนเอง ก่อขึ้นมา กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ เข้าไปแรกๆๆจะรู้สึกว่าได้กลิ่น อยู่ในนั้นนานๆๆ ไปจะเคยชิน จนลืมว่ามีกลิ่นนั้นอยู่ จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่ ถ้าเรารักใครซักคน เราควรเปิดโอกาสให้เค้าได้ทำผิดหลายๆๆครั้ง เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน อย่าบอกเลยว่าเป็นคนดี ความหยิ่งยโส ก็มีอยู่ในคนถ่อมตัว ครูที่สอนนักเรียน ก็มีความโง่ ซ่อนอยู่ ความขลาดกลัว ก็มีอยู่ในนักมวยแชมป์โลก ความเบื่อหน่าย ก็มีอยู่ในพนักงานที่ต้อนรับที่กระตือรือร้น ความเห็นแก่ตัว ก็มีอยู่ภายในใจของนักสังคมสงเคราะห์ มันอยู่คู่กัน รอวันปรากฏตัวออกมา ถ้าสันดานห่วยๆ มันเป็นกระดาษ เรามีแค่หินทับกระดาษคนละก้อน ลมกิเลสพัดมา ก็ขึ้นกับว่าก้อนหินของใครก้อนใหญ่พอที่ทับมันไว้ ไม่ให้ปลิวเพ่นพ่านเท่านั้นเอง.. 9月5日 ทำไมหัวใจถึงอยู่ข้างซ้าย เราใส่นาฬิกามือซ้าย
ที่ใส่มือซ้ายเพราะถนัดขวา ยกมือซ้ายขึ้นมาดูเวลาได้ง่าย แต่ถึงมีนาฬิกาก็ชอบไปสายอยู่ดี นาฬิกาก็แค่บอกเวลา..ไม่ได้ทำให้ไป เร็วขึ้น คิดดูแล้ว..หัวใจก็อยู่ทางซ้ายเหมือนกัน บางทีก็คิดนะ..ว่าอวัยวะในร่างกาย ที่มี 2 ชิ้น จะอยู่ซ้าย-ขวาอย่าง แขน,ขา,ลูกกะตาทำนองนั้น.. แล้วที่มีชิ้นเดียว..ก็แสดงความโดดของ มัน อย่างจมูก,สะดือก็อยู่ตรงกลาง..ประมาณ นั้น แล้วทำไม..หัวใจถึงเอียงซ้ายล่ะ ? ที่เป็นงั้นก็เพราะ อยากเตือนให้รู้ว่า..
หัวใจไม่หนักแน่นพอจะอยู่ตรงกลาง แล้วก็ไม่มีมากพอจะแบ่งเป็นสองด้วยเหมือนกัน |
|
|